รู้หรือไม่ "กระต่าย" ตามร้านที่คุณเห็นว่าตัวเล็กน่ารัก แท้จริงแล้วไม่ใช่กระต่ายพันธุ์แคระตามที่แม่ค้าบอก

แต่เป็นกระต่ายเด็ก ที่ยังไม่หย่านม และมีโอกาสที่จะ "ตาย" สูง

 ## อย่าซื้อ !! กระต่ายเด็กที่ถูกนำมาใส่ชุดติดกิ๊บผูกโบ
เพราะ 95% คือกระต่ายที่ยังไม่หย่านม ##
 
 
กระต่ายเด็กอายุช่วง 2 สัปดาห์ จะอยู่ในช่วงที่กำลังน่ารัก ทำให้ซื้อขายได้ง่าย
แม่ค้าหัวใสเห็นโอกาสในการหาเงินจากชีวิตเหล่านี้ ด้วยการจับมาแต่งตัวสวยงาม
อยู่ในกรงแคบๆ ขาดน้ำขาดอาหาร ตากแดดทนร้อน
และบอกกับคนที่มาชื่นชมความน่ารักของกระต่ายเหล่านั้น
ว่าเป็น "กระต่ายพันธุ์แคระ" และไม่โตไปมากกว่านี้ (เพราะมันจะตายก่อนโต)
ทั้งที่จริงแล้ว กระต่ายเหล่านั้น เมื่อโตเต็มที่ อาจหนักได้มากถึง 2 - 4 กิโลกรัม
(ตัวโตกว่าสุนัขพันธุ์เล็กบางสายพันธุ์เสียอีก) 

 

## "น้ำนม" จากอกแม่ คือ "ภูมิคุ้มกัน" ตลอดชีวิต ##

ตามปกติกระต่ายจะหย่านมตอนอายุประมาณ 3-4 สัปดาห์
แต่ส่วนมากที่นำมาขายจะเป็นกระต่ายเด็กอายุประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากอยู่ในวัยกำลังน่ารัก
ลูกกระต่ายเหล่านี้จึงขาดภูมิคุ้มกัน และยังไม่แข็งแรงเพียงพอ
บ่อยครั้งที่ผู้ที่ซื้อไปพบกว่ากระต่ายเด็กที่เข้าใจ(ผิด)ว่าเป็นพันธุ์แคระนั้น ต้องเสียชีวิตลงหลังจากนั้นไม่นาน
ด้วยอาการท้องเสีย หรือช๊อคหมดสติไป

 เนื่องจากลูกกระต่ายเหล่านี้ถูกพรากจากแม่มา ทั้งๆที่ยังไม่ถึงวัยหย่านม 

 "บ่อยครั้งเมื่อมาถึงมือผู้เลี้ยง ลูกกระต่ายก็จะอ่อนแอ เครียด และมักจะตาย แม้จะได้รับการดูแลที่ดี"
 
 
กระต่ายเด็กมีลักษณะอย่างไร?
• ตัวเล็กมากประมาณ 1 - 2 ฝ่ามือ
• ขนอ่อนๆ เป็นขนที่ยังไม่ผลัด
• เดินยังไม่คล่อง ต้วมเตี้ยม ขี้ตกใจ
• บางตัวยังลืมตาไม่เต็มที่ แววตาไม่สดใส ตายังปรือๆอยู่
• ส่วนขา โดยเฉพาะขาหลังจะยังยืดไม่เต็มที่
• นิ้วยังไม่ค่อยออก นิ้วจะสั้นๆ
• ฟันของบางตัวจะยังขึ้นไม่สมบูรณ์ เป็นเพียงจุดขาวๆ ยื่นออกมาสั้นๆก็มี
• หูสั้นและแข็ง เมื่อเทียบกับกระต่ายโตพันธุ์เดียวกัน
 

 

 
# เราจะช่วยกระต่ายเหล่านี้ได้อย่างไร ##

 

 

การซื้อลูกกระต่ายที่ถูกนำมาขายเหล่านี้ จะเป็นการส่งเสริมให้ลูกกระต่ายโดนขายอยู่เช่นเดิม เป็นเหมือนวงเวียนไม่จบไม่สิ้น

ดังนั้น จงเริ่มที่ตัวเรา แล้วแผ่ขยายสู่คนอื่น ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

 

  • อย่าซื้อกระต่ายเด็กที่พบเห็นตามแหล่งขายบนท้องถนนหรือตลาดนัด

  • ถ้ามีโอกาสก็สะกิดหรือกระซิบบอกคนที่กำลังหลงคารมคนขายอยู่ ก็จะดีไม่น้อย สักคนสองคนก็คงพอช่วยได้

ศึกษาข้อมูลก่อนเลี้ยงเพิ่มเติมได้ที่

www.rabbitcafe.net  

(ห้องกระต่ายเมือง)

X ถั่วฟักยาว---> สามารถสร้างแก๊สในกระเพาะอาหารได้
X บร็อคโครี่--->สามารถสร้างแก๊สในกระเพาะอาหารได้
X โหระพา
X แมงลัก---> ไม่ควรให้บ่อยเพราะมีแคลเซี่ยมสูงหากกินน้ำน้อยด้วยจะเสี่ยงแก่การเป็นนิ่ว
X แตงโม---> ไม่ควรให้บ่อยเพราะว่าจะทำให้ท้องเสียได้
X ผักกาดแก้ว---> ควรเลี่ยงเพราะน้ำมากอาจจะทำให้ท้องเสีย
X เงาะ---> เพราะว่ามียาง
X ทุเรียน---> เพราะให้พลังงานสูงเกินไป
X ขนุน---> เพราะมียางและหวานมาก
X อาโวคาโด---> เพราะให้พลังงานสูงเกินไป
X กระหล่ำปลี---> ห้ามให้กินเพราะจะทำให้เกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหาร
X กระหล่ำดอก---> สามารถสร้างแก๊สในกระเพาะอาหารได้
X แตงกวา,แตงร้าน---> เพราะว่ามียางและมียาฆ่าแมลงที่เปลือกมาก
X มะนาว และ ผลไม้รสเปรี้ยว
X มันฝรั่งดิบ
X ผักบุ้งไทย เพราะมียางมาก


**อย่าให้กระต่ายกินเมล็ดข้าว (เช่นเมล็ดข้าวเปลือก เมล็ดข้าวสาลี ธัญพืช) พืชฝักตระกูลถั่ว (เช่น ถั่วลิสง ถั่วแระ ถั่วฝักยาว) และ ถั่วเปลือกแข็ง (เช่น วอลนัท เกาลัด) ของเหล่านี้ไม่ใช่อาหารตามธรรมชาติของกระต่าย ซึ่งอาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบบการย่อยอาหารของกระต่าย

อาหารที่ปลอดภัย สำหรับกระต่าย และแกสบี้

ผักผลไม้ ยังไม่ควรให้ในลูกกระต่ายที่อายุ 1 - 3 เดือนกิน
เพราะว่าอาจจะปรับตัวไม่ทันและทำให้ท้องเสียได้ง่ายหากลูกกระต่ายหย่านมแล้ว
ควรให้หญ้าแห้งไปก่อน หลังจากอายุ 3 เดือนจึงค่อยหัดให้กินผักผลไม้ได้
แต่ไม่ควรให้เยอะต้องค่อยๆให้ทีละนิดให้กระต่ายปรับตัวค่ะและควรเลี่ยงผักผลไม้ที่มีน้ำมากๆ

1.ผลไม้
สามารถจะให้ได้ แต่ไม่ควรให้มากเกินไป เพราะผลไม้ส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลสูง
ซึ่งหากกินมากเกินไป ก็จะไม่ดีต่อระบบย่อยอาหารของกระต่าย
หากเทียบกับผักใบเขียวทั้งหลาย แล้ว ผักจะเหมาะกว่า เพราะว่า มีกากใยอาหาร
หรือที่เรียกว่า ไฟเบอร์สูง และน้ำตาลต่ำอีกด้วย

- แอปเปิล---> เอาแกนออกค่ะเพราะมีพิษนะคะ ระวังอย่าให้เค้ากินล่ะ
- กล้วย---> ไม่มีเปลือก+กินมากไม่ดีเพราะน้ำตาลเยอะค่ะ
- ชมพู่---> ถ้ากระต่ายเด็กไม่ควรให้กินมากเพราะมีน้ำเยอะ
- ลิ้นจี่---> ระวังเปลือกโดนเนื้อด้วยนะค่ะเพราะมียาง
- ฝรั่ง---> กินมากไม่ดีนะค่ะเดี๋ยวน้องจะท้องอืด
- สาลี่---> ให้กินได้แต่ระวังอ้วน แกนมีพิษนะคะต้องเอาออก
- แครนเบอรี่
- ราสเบอรี่
- บลูเบอรี่
- สตรอเบอรี่
- เชอรี่
- มะละกอ---> เอาเม็ดออกด้วยนะค่ะ
- แคนตาลูป
- องุ่น---> เอาเมล็ดออกด้วยนะค่ะ
- ส้ม---> ไม่เปรี้ยวควรให้กลีบ 2 กลีบเพราะน้ำเยอะ ระวังท้องเสียคะ
- ลูกแพร์
- ลูกพีช
- พลัม
- สัปปะรด---> ช่วยเรื่องก้อนขนคะให้นิดเดียวพอคะ บางตัวก็ไม่ชอบ
 
2.ผักต่างๆ
ผักมีกากใยอาหาร หรือที่เรียกว่า ไฟเบอร์สูง และน้ำตาลต่ำอีกด้วย

- แครอท
- ใบกะเพรา---> ช่วยกระต่ายลดอาการท้องอืด
- กวางตุ้ง
- ข้าวโพด---> ดิบ
- หน่อไม้ฝรั่ง
- คะน้า
- บล็อคเคอรี่
- ใบบัวบก
- คะน้าฮ่องกง
- ผักกาดขาว
- ผักกาด
- หางหงษ์
- ผักกาดหอม
- parsley
- สะระแหน่
- Arugula
- Spinash---> อย่าบ่อยนะค่ะ
- ผักชีฝรั่ง
 
 

edit @ 16 Oct 2010 01:22:52 by Cavy-Bunny house

สิ่งที่ควรระวังสำหรับเรื่องอาหารของหนูแกสบี้

 

อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อสุขภาพ ของหนูแกสบี้ รวมทั้งการเจริญเติบโต ของเจ้าหนูแกสบี้อีกด้วย
ดังนั้นเราควรจะ รู้วิธีของการให้อาหาร และ การเลือกซื้ออาหาร สำหรับหนูแกสบี้
เพื่อเลือกสิ่งที่ดี สำหรับหนูแกสบี้ที่เรารัก
- การเลือกซื้ออาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป

ควรจะเลือก อาหารที่มีคุณค่าทางทางสารอาหารที่พอแก่ความต้องการของหนุแกสบี้ครับ
ไม่ควรเลือกซื้ออาหารที่มีเชื่อรา หรือ ไม่สะอาดอาจจะ สักเกตได้จาก การเก็บรักษา

เช่น ถุงอาหาร ถูกกัดแทะ โดยสัตว์อื่นๆ หรือ ฉีกขาด อาหารที่ได้รับความชื้นหรืออาหารที่

ได้รับการเก็บไว้นาน จนเกินไป

- ไม่ควรเอาอาหารของ กระต่ายนั้นมาให้ แกสบี้ทาน เพราะว่าอาหารของกระต่ายนั้นมี สารอาหาร และ โภชนาการต่ำ 
 
- ถ้าเป็นอาหารจำพวกอาหารสด เช่น อาหารจำพวก หญ้า ควรล้างทำความสะอาดให้ดีก่อน ที่จะนำไปให้ หนูแกสบี้ทาน
เพราะว่า หญ้าที่ได้รับการเก็บมานั้นอาจจะมีเศษ สิ่งสกปรก ติดอยุ่ ไม่ว่าจะเป็น เศษ ดิน หรือ สารต่างๆ ยิ่งถ้าเป็น
หญ้าที่เราซื้อมาจาก ที่อื่น โดยที่เราไม่ได้เก็บเอง หรือ เก็บหญ้าในสถานที่ๆ อยู่ไกลบ้านของเรา

- ผลไม้ต่างๆที่นำมาให้ ควรได้รับการล้างทำความสะอาด อย่างดีเสียก่อน เพราะว่า ผลไม้ส่วนใหญ่ ได้รับการ ฉีดย่า ฆ่าแมลง ดังนั้นการทำความสะอาด ล้าง ก่อน จึงช่วยได้มาก เลยครับ

- น้ำที่นำมาให้ หนูแกสบี้ ควรเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีสารเคมีเจือปน และควรหมั่นทำความสะอาด กระบอกน้ำ และ เปลี่ยนน้ำให้เจ้าหนุแกสบี้ใหม่ ทุกๆ 1-2 วัน

การเลือกซื้อหนูแกสบี้

posted on 14 Oct 2010 14:45 by cavyhouse

" การเลือกซื้อ หนูแกสบี้ "

 สัตว์เลี้ยงต่างๆ ก่อนที่เราจะนำเขามาเลี้ยงนี้ ควรรู้วีธีเลือกซื้อ

เพราะว่าป้องกันการถูก คนขายหลอก ขายได้ครับ การเลี้ยงแกสบี้ ถ้าผู้เลี้ยงต้องการเลี้ยงไว้เพื่อเป็นเพื่อนเล่นยากที่ กลับมาจากทำงาน หรือ
สำหรับผู้ที่อยุ่บ้าน เหมาะที่จะเลี้ยงหนูแกสบี้เพียงตัวเดียวครับ เพราะว่า การที่เราเลี้ยงเขาตัวเดียวจะทำให้เขาติดเรามากกว่า และ ก็ จะติดเราเร็วกว่าเลี้ยงเป็นคู่ครับ
สำหรับเพื่อนๆที่จะเลี้ยงแกสบี้เพศเดียวกัน 2 ตัวในกรง แนะนำให้เลี้ยงตั่งแต่ยังเล็กครับ เพราะว่าจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องของการกัดกันครับ
 


ลักษณะ วิธีเลือกหนูแกสบี้
- ร่าเริง โดยอาจจะดูได้จากการกินอาหาร
- ตาแจ่งใส
- หู และ จมูกนั้นสะอาดไม่มีรอยโดนกัดหรือ เป็นโรค ต่างๆ
- จมูลต้องไม่มีน้ำมูก สึงบ่งบอกได้ว่าแกสบี้ตัวนั้นอาจจะเป็นหวัด หรือไม่สบาย
- นิ้วมือ และ นิ้วเท้าครบ ทุกนิ้ว ไม่มีบาดแผลต่างๆ
- ขนไม่หลุดร่วงจนเห็นผิวหนังแดง หรือว่าร่วงเยอะผิดปกติ ออกเป็นกระจุกๆ
- ไม่เลือกซื้อแกสบี้ที่ยังไม่หย่านม เพราะว่า มีโอกาส รอดน้อยกว่าแกสบี้ที่หย่านมแล้ว
- ขนไม่จับตัวเป็นก้อน บ่งบอกถึงสิ่งสกปรกที่ จับตัวอยุ่กับขน แกสบี้
ส่วนเรื่องของสายพันธุ์ และ สีต่างๆ ผมขอนะนำว่าเราควรเลือก สี และสายพันธุ์ที่เราชอบมากกว่าครับ

สำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีเวลากับเรื่องของการอาบน้ำและหวีขนของเจ้าแกสบี้ แนะนำว่า ควรเลือกซื้อแกสบี้พันธุ์ที่ขนสั้น
แต่สหรับผู้ที่มีเวลาให้ในการอาบน้ำทำความสะอาด หวีขน ก็ เลีอกแกสบี้ที่มีขนยาวครับ

แกสบี้ที่เราเลี้ยงนั้นจะสวยได้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของเจ้าของด้วยส่วนหนึ่งครับ การจับเขาอาบน้ำ และหวีขน ทำให้ตัวเขาสะอาด
ทำให้แกสบี้ จากตัวที่ไม่ได้อาบน้ำกับตัวที่อาบน้ำและหวีขน ดูแตกต่างกันออกไปเลยครับ ซึ่งการเลือก ซื้อ
เราควรจะคำนึงถึงเวลาที่เรามีให้เขาด้วยครับ
 
 

credit : http://www.hamsteronline.com/cavy/cavy0003.php

คิดก่อนเลี้ยง ..

posted on 14 Oct 2010 14:34 by cavyhouse

สำหรับเพื่อนๆ มือใหม่ที่ คิดจะเลี้ยงเจ้าแกสบี้น้อย

 

 
ควรที่จะเตรียมความพร้อม ต่างๆ และ ตรวจดูว่า เราพร้อมหรือยังที่จะรับเลี้ยงเขา
ซึ่ง การเลี้ยงแกสบี้ หรือว่าสัตว์ชนิดใดก็ตาม ก่อนที่จะเลี้ยงเราควรคิดคำนึงถึงเรื่อง ต่างๆ
และ ต้องพร้อมที่จะเลี้ยงเขาจริงๆ ซึ่งสิ่งที่เราจะรับเลี้ยง นั่นคือ 1 ชีวิต หนูแกสบี้ก็ มีจิตใจ
มีความคิด มีความรู้สึก เราจึงควรมราจะคิดก่อนว่าเรานั้นพร้อมหรือยัง.....
การเลี้ยงแกสบี้ คุณควรมีอาหารและน้ำมาให้เขาอยู่เสมอ นั่นก็คือ ค่าใช้จ่ายต่างๆ
ของคุณอาจจะเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ้งต้อง ซื้อกรง อุกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับเลี้ยงหนุแกสบี้ และ นอกจากนั้นก็ยังมีอาหารที่ หมดไปในแต่ละวัน อีกด้วยครับ

เรื่องของเวลา
เวลาการเอาใจใส่ หนูหรือสัตว์เลี้ยงของเรา มีความสำคัญ อยู่เหมือนกันครับ
ผู้เลี้ยงควรที่จะมีเวลาให้เขา เพราะว่า หนูแกสบี้บางชนิด ควรที่จำจับอาบน้ำ อย่างน้อยก็ 1 อาทิตย์ / 1 ครั้ง ซึ่ง เวลาว่างของคุณก็
จะหมดไปอีกด้วย พร้อมด้วยการเปลี่ยน ทำความสะอาดกรง อย่างเป็นประจำ ซึ่งถ้าหากคุณไม่ทำแล้ว กลิ่นฉี่ของเจ้าแกสบี้ ก็จะฉุนขึ้นทุกวัน

แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะดูแลเจ้าแกสบี้น้อยแล้วละก็
แกสบี้ตัวนั้นจะพาความสุข ความน่ารัก และยังมีเรื่องราวต่างๆเป็นความทรงจำดีๆให้กับ ตัวเจ้าของผู้ที่เลี้ยง อย่างแน่นอนครับ